รวมเหตุการณ์โดนยำ พรีเมียร์ลีกอังกฤษพ่ายแพ้อย่างยับเยิน


รวมเหตุการณ์โดนยำ พรีเมียร์ลีกอังกฤษพ่ายแพ้อย่างยับเยิน
พรีเมียร์ลีกอังกฤษทีมฟุตบอลจากเกาะผู้ดี กลายเป็นเรื่องให้พูดถึงอดีตอีกครั้งหลังเกมล่าสุดของสเปอร์ เมื่อซนฮึงมินยิงประตูแรกในนาทีที่12ของเกม เมื่อท็อตแน่มฮ้อทสเปอร์เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ บาเยิร์น มิวนิคยักษ์ใหญ่จากเมืองเบียร์ เนื่องจากเกมนี้คิกออฟเวลาตี 2 ตามเวลาประเทศไทย แฟนบอลอาจจะง่วงเหงาหาวนอน และผล็อยหลับไปพร้อมกับความคิดว่า เจ้าบ้านรอดแล้ว ท็อตแน่มได้เฮเพียงครั้งเดียวในนาทีที่ 12 ของเกมนั้น ก่อนคอตกกลับออกไป



เป็นคำถามถึงปอเช็ตติโน่อีกครั้งว่าพวกเขาจะสู้ได้ถึงไหนในฤดูกาลนี้ แต่เพียงแค่3นาที โจชัวคิมมิชตีตื้นให้กับผู้มาเยือน และก่อนจบครึ่งแรก แซร์จกนาบรี้ที่ดูเหมือนคนละคนกับดาวรุ่งที่เคยอยู่ อาร์เซน่อล ก็จ่ายให้โรเบิร์ตเลวานดอฟสกี้ ดาวยิงคนสำคัญซัดขึ้นนำแล้วเกมนั้นก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ทีมของเมาริซิโอปอเช็ตติโน่พ่ายแพ้ราบคาบยับเยิน แต่นั่นก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่สโมสรในอังกฤษโดนถล่มแหลก

รวมเกมเละเทะของทีมพรีเมียร์ลีกอังกฤษในเวทียุโรป


บาร์เซโลน่า 4-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : 1994/95



การได้มาเล่นฟุตบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปเป็นเรื่องใหม่ สำหรับทีมที่เพิ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษน้อยสมัย พวกเขาขาดประสบการณ์และอย่างที่รู้กันว่า ฟุตบอลผู้ดีในยุคนั้นเน้นการใช้พละกำลัง สิ่งที่พวกเขาต่างจากยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุก็คือชั้นเชิงแท็คติกและทีมที่อังกฤษจ๋า มีนักเตะต่างชาติแบ่งปันประสบการณ์ต่างแดนอยู่ไม่กี่คน ก็อาจเป็นสาเหตุเล็กที่ทำให้พวกเขาไม่พร้อมรับมือเอาเลย ฮริสโต้ สตอยช์คอฟ, อัลเบิร์ต เฟร์เรร์ และ โรมาริโอ ยิงประตูสั่งสอนพวกเขาไปทั้งสิ้น 4 ตุง 


สปาร์ตัก มอสโก 3-0 แบล็คเบิร์น : 1995/96



อีกหนึ่งแชมป์พรีเมียร์ลีกอังกฤษที่ขาดประสบการณ์ในเวทีใหญ่ สภาพการณ์ใ แชมเปี้ยนส์ ลีก ของพวกเขาร่อแร่สุดๆ ผ่านรอบแบ่งกลุ่มไป 4 เกมเพิ่งมีคะแนนเดียว แต่พวกเขาไม่ย่อท้อบุกสู้สไตล์อิงลิชเมน ซึ่งมันนำพามาสู่หายนะ การไปเยือนรัสเซียไม่ใช่เรื่องง่าย อากาศหนาว สนามหญ้าเทียม นอกจากสงครามภายนอกยังมีสงครามภายในที่ไม่คาดคิด ระหว่างเกมนั้น เดวิดแบ็ตตี้ และแกรมเลอโซแย่งบอลกันเองก่อนสาวหมัดใส่กัน ปล่อยให้เจ้าบ้านยืนมองด้วยความงวยงง ความแตกสามัคคีไม่ส่งผลดีกับเกมรับ และทิมฟลาวเวอร์สสติหลุดปล่อยบอลผ่านไปถึง 3 เม็ด


อาร์เซน่อล 0-3 อินเตอร์ มิลาน : 2003/04



ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือนอาร์เซน่อลบุกไปกระตุกหนวด อินเตอร์ที่สตาดิโอจูเซ็ปเป้เมอัซซ่า ด้วยฟอร์มของแชมป์ไร้พ่าย พวกเขาย่ามใจฮึกเหิม แต่ความแค้นก็มีพลังในตัวของมัน เมื่อกลับมาที่ไฮบิวรี่ ทีมดังจากแดนพิซซ่าก็ไม่ปล่อยให้โอกาสดีๆ หลุดมือ ฮูลิโอ ครูซ, แอนดี้ ฟาน เดอ เมย์เด และ โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ดาหน้ายิงรวดตั้งแต่ครึ่งแรก เมื่อบอลเข้าทางครึ่งหลังพวกเขาก็ตั้งรับอย่างเหนียวแน่นสไตล์อิตาเลี่ยน ส่วนเจ้าบ้านที่ช็อกสุดขีดไม่สามารถเอาคืนได้เลย


เอซี มิลาน 3-0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : 2006/07



อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นทีมของท่านเซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน จะได้เดินทางไปเอเธนส์เพื่อแข่งรอบชิงชนะเลิศ และเกมก่อนหน้านี้ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด พวกเขาเอาชนะมาก่อน 3-2 ดังนั้นขอแค่ไม่เสียประตู พวกเขาจะได้วาดหวังที่ยิงใหญ่ในเกมออล อิงแลนด์ เมื่อลิเวอร์พูลรออยู่แล้วอย่างไรก็ดี แผนที่วางไว้ไม่เป็นไปตามนั้นกาก้า ระเบิดฟอร์มสุดยอด เป็นที่มาของตำนานผีกาก้า เขายิงประตูตั้งแต่นาทีที่ 11 และมันกลายเป็นประตูยอดเยี่ยมของศึกแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลนั้น ต่อด้วยประตูสุดสวยรองลงมาจาก คลาเรนซ์ เซดอร์ฟ และ อัลแบร์โต้ จิลาร์ดิโน่ ก็ยังดีที่มิลานเปนแชมป์ พวกเขาถึงยืดอกพูดได้ว่า อย่างน้อยก็แพ้ให้แชมป์ล่ะนะ


ยูเวนตุส 3-0 เชลซี : 2012/13




ไฟนอล2011/12เชลซีหักปากกาเซียนทุกสำนัก เอาชนะบาเยิร์นมิวนิค คว้าแชมป์จากจุดโทษ แต่เวลาผ่านไปเพียง6เดือน ทีมของพวกเขาพลิกเป็นทีมที่ยังตั้งตัวไม่ติด ภายใต้การนำของโรแบร์โต้ดิมัตเตโอ เกิดคำถามว่าตกลงที่ได้มานั่นฟลุ้คหรือว่ามีฝีมือกันแน่ ฟาบิโอ กวายาเรลล่า, อาร์ตูโร่ วิดัล และ เซบาสเตียน โจวินโก้ ซัดประตูที่แสตมฟอร์ดบริดจ์ ทำเอาสาวกเงียบกริบทั้งสนาม แม้พวกเขาแก้ตัวด้วยการเอาชนะ เอฟซี นอร์ดเจแลด์ 6-1 ในอีก 3 สัปดาห์ลังจากนั้นก็ไม่ช่วยอะไร เพราะมันเป็นเรื่องของศักดิ์ศรี


บาเยิร์น มิวนิค 5-1 อาร์เซน่อล : 2015/16


โค้งสุดท้ายของอาร์แซนเวนเกอร์ ที่ตอกย้ำว่าเขาควรไป ขณะที่ทีมเปลี่ยนแปลงผลงานเปลี่ยนไป แต่ถ้ามองที่ยักษ์ใหญ่อย่างบาเยิร์น พวกเขาก็ยังยิ่งใหญ่อยู่อย่างนั้น เกมนี้จึงเป็นความพ่ายแพ้ที่เจ็บปวดรบกวนจิตใจอย่างมาก  เชื่อว่าแฟนๆไม่น้อยปิดทีวีตั้งแต่จบครึ่งแรกเมื่อเห็นลูกยิงของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, โทมัส มุลเลอร์ และ ดาวิด อลาบา อาร์เซน่อล พยายามไล่มาในครึ่งหลัง จากประตูของโอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ แต่พวกเขาต่างกันเกินไป และโดนยิงเพิ่มจบเกมอย่างเจ็บปวด


บาร์เซโลน่า 4-0 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ : 2016/17



นี่คือการกลับมายังคัมป์นู ในฐานะผู้จัดการทีมอื่นของเป๊ปกวาร์ดิโอล่า เขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น และทุกคนเชื่อว่าเขาสามารถท้าทายลูกทีมเก่าๆได้ อย่างน้อยก็ไม่แพ้ แต่มันไม่เป็นเช่นนั้น หรือเพราะเขายังใช้งานเด็กใหม่ได้ไม่ถนัดมือ ก็ไม่มีใครทราบ แต่ตัวเลขที่ออกมานั้นสุดช็อกลิโอเนลเมสซี่ แสดงฝีเท้าแบบไม่ออมแรงให้เจ้านายเก่า ซัดแฮททริกตอกย้ำว่าแนวรับของผู้มาเยือนผิดพลาดอย่างมหันต์ครั้งแล้วครั้งเล่า และเคลาดิโอบราโว่ ยังมาโดนไล่ออกอีกด้วย แม้ใบเหลืองที่สองของ เฌเรมี่ มาติเยอ ช่วยให้ตัวผู้เล่นกลับมาเท่ากัน แต่ซิตี้แห่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษไม่สามารถทำอะไรเจ้าถิ่นได้ เป็นบทเรียนราคาแพงของเป๊ป ที่คิดว่าการประกบบแบบตัวต่อตัวจะเอาอยู่ ก็เรานั้นมันคนละชั้นจริงๆ


แน่นอนว่าความผิดพลาดในอดีตเป็นประสบการณ์อันล้ำค่า ถ้าเทียบกันด้วยตัวเลขต่างๆ ตอนนี้สโมสรในพรีเมียร์ลีกอังกฤษก็ไม่น้อยหน้าทีมจากชาติไหน และมันมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นเสมอในโลกฟุตบอล และเป็นพิเศษสำหรับปอเช็ตติโน่ ฤดูกาลนี้อาจตัดสินชะตาของเขาถ้าไม่รีบลุกขึ้นให้เร็ว 


ติดตามข่าวพรีเมียร์ลีกอังกฤษฟุตบอลที่ได้ความนิสมสูงสุดต่อได้ที่ t-ibcbet.com